The Witches 2020 แม่มดของโรอัลด์ ดาห์ล

[รีวิว] The Witches แม่มดของโรอัลด์ ดาห์ล – งานขายขำของแม่แอนน์ หัตถเวช

The Witches 2020 วรรณกรรมเด็กของโรอัลด์ ดาห์ลถือเป็นต้นธารชั้นดีสำหรับงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีทั้ง Charlie and the chocolate factory, Matilda, James and the Giant Peach, Fantastic Mr. Fox, BFG และรวมถึง The Witches ที่เคยสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วในปี 1990 หรือ 30 ปีที่แล้วซึ่งได้กลายเป็นหนังแฟนตาซีในดวงใจใครหลายคนและในปีนี้ The Witches ก็ได้มีโอกาสร่ายมนตร์บนจอภาพยนตร์(ในบางประเทศ)อีกครั้งโดย โรเบิร์ต เซเม็กคิส ผู้กำกับ Back to the future

สำหรับฉบับนี้มีการปรับเปลี่ยนชาติพันธุ์ของตัวละครให้เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และปรับเรื่องให้เกิดขึ้นที่อลาบามา เมื่อแม่มดเริ่มคืบคลานดั่งฝันร้ายในอดีต คุณยาย (ออคตาเวีย สเปนเซอร์) จำต้องหนีเหล่าแม่มดร้ายเพื่อความปลอดภัยของหลานรัก(จาห์เซีย คาดีม บรูโน) เธอจึงพาเขาหลบไปพักที่โรงแรมหรู แต่โดยไม่ทันตั้งตัวเหล่าแม่มดร้ายนำโดย ราชินีแม่มด (แอนน์ แฮททาเวย์) ก็พาเหล่าสมุนไปชุมนุมกัน ณ. โรงแรมดังกล่าว

และขณะที่หนุ่มน้อยหลานยายลักลอบเข้าไปอยู่ท่ามกลางวงประชุมเขาก็โชคร้ายที่ต้องถูกสาปให้กลายเป็นหนูพร้อมกับบรูโน (โคดี ลี อีตสติก) หนุ่มอ้วนตะกละและได้ผูกมิตรกับ แมรี (คริสตีน เชโนเวธ) หนูที่คุณย่าหามาให้หลานรักเลี้ยงก่อนจะได้ทราบความจริงว่าเธอก็ถูกสาปเหมือนกัน งานนี้ 3 หนูและ 1 คุณย่าสุดเฟี้ยวต้องหาทางหยุดเหล่าแม่มดไม่ให้สาปเด็กทั้งโลกเป็นหนูให้จงได้

เปรียบเทียบกันเฉพาะฉบับภาพยนตร์์ The Witches ทั้ง 2 เวอร์ชันต่างถือสัญชาติของตน ฉบับปี 1990 เป็นหนังอังกฤษ ตัวละครคือคนอังกฤษเหมือนกับที่โรอัลด์ ดาห์ล เขียนไว้ แต่สำหรับฉบับปี 2020 หนังถูกทำให้เป็นอเมริกันแบบเต็มขั้นตั้งแต่การให้ตัวละครนำเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกันและเมืองอลาบามาที่ถูกกล่าวถึงทั้งในอดีตและปัจจุบันก็เข้ากับเรื่องลึกลับไสยศาสตร์ได้ดีไม่น้อย รีวิวหนังน่าดู

รวมถึงสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่จัดเต็มด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกสมัยใหม่ซึ่งเราไม่ต้องพูดถึงความอัศจรรย์บนจอที่แปลงร่างให้แอนน์ แฮททาเวย์กลายเป็นแม่มดน่าเกลียดน่ากลัวหรือเหล่าบรรดาหนูคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้การเคลื่อนไหวดูอิสระและร่วมผจญภัยไปกับงานภาพที่ไร้ขีดกำจัดมากกว่าแต่กระนั้นหนังก็ดันมีตำหนิด่างพร้อยด้วยว่าบรรดาเอฟเฟกต์กลับบดบังความหัวใจของงานเขียนโรอัลด์ ดาห์ลไปอย่างน่าเสียดาย

โดยมันกล่าวถึงการก้าวข้ามความเสียใจจากการสูญเสียครอบครัวและการสั่งสอนเด็ก ๆ ไม่ให้ตะกละและไว้ใจคนแปลกหน้าที่เล่าแบบไม่ให้ความสำคัญโดยเฉพาะการพยายามปูความสัมพันธ์ระหว่างย่ากับหลานที่แม้ออคตาเวีย สเปนเซอร์จะแสดงได้ดีแค่ไหนแต่การกำกับทิศทางของเรื่องในช่วงนี้กลับไม่ได้รับความสำคัญและมันยังยัดเยียดการกล่าวถึงแม่มดมาในช่วงแรกซะนานสองนานเลยทีเดียว

โดยเราจะสังเกตได้เลยว่าตัวหนังพยายามปูพื้นเรื่องเล่าถึงบรรดาแม่มดหนักมากทั้งฉากเปิดเรื่องที่มีเล็กเชอร์เรื่องแม่มดจากเสียงของตัวละครเอก ปมความน่ากลัวที่ทำให้คุณยายเคยมีเพื่อนในอดีตถูกสาปหรือกระทั่งฉากปรากฎตัวครั้งแรกของแม่มดก็ทำออกมาพยายามให้หลอนแต่กลับทำได้ไม่น่ากลัวและดึงให้จังหวะหนังช่วงแรกช้าเกินความจำเป๋็นแต่ยังดีที่พอไปถึงโรงแรมหนังก็เร่งเครื่องความสนุกขึ้นมาได้ด้วยการปรากฎตัวของแอนน์ แฮททาเวย์ หรือ แอนน์ หัตถเวชของเรานี่เอง ดูซีรี่ส์เกาหลี

และนับเป็นแคสติงที่ชาญฉลาดมากของทีมงานโรเบิร์ต เซเม็กคิสที่จับแอนน์ แฮททาเวย์มารับบทราชินีแม่มดตัวร้ายที่ต้องพูดสำเนียงยุโรปที่แม้จะฟังแล้วเหมือนรัสเซียไปหน่อยก็เถอะ แต่เสน่ห์และจริตของเธอก็น่าจะทำให้บทราชินีแม่มดหรือ Grand High Witch บทนี้ได้กลายเป็นขวัญใจของเหล่ากะเทยแน่ ๆ ด้วยจริตแบบแม่มดสาวยุคแฮรี พอตเตอร์ที่บ๊อง ๆ บวม ๆ และนางก็แสดงได้ฮาไม่แคร์สื่อมาก ๆ จนสร้างความบันเทิงให้คนดูที่เกือบจะไปเฝ้าพระอินทร์ได้ทันท่วงที

โลกพิลึกพิลั่นของโรอัลด์ ดาห์ล


เล่าเรื่องโลกใบหนึ่งที่มีแม่มดร้ายอยู่ทั่วโลก โดยอุปนิสัยของแม่มดนั้นจะเกลียดเด็ก ทำให้มีแม่มดรวมกลุ่มกันและหาวิธีสาปเด็กให้กลายเป็นสัตว์ต่างๆ แต่แล้วกลุ่มแม่มดที่เพิ่งคิดค้นยาสาปให้เด็กกลายเป็นหนูต้องมาเจอกับ ยายและหลานคู่หนึ่ง ซึ่งผู้เป็นยายเคยหลุดรอดจากเงื้อมมือของแม่มดมาแล้วตอนเด็ก ทำให้สามารถรู้ทันกลุ่มแม่มด และทำให้ยายหลานคู่นี้ต้องหาทางหยุดแผนร้ายของกลุ่มแม่มดที่กำลังจะทำให้เด็กทุกคนถูกยาสาป และกลายร่างเป็นหนู

สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องราวนี้คือภาพยนตร์ยังคงมิติด้านเนื้อหา และยังทิ้งประเด็นไว้ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ครุ่นคิด จากความเกลียดชังของแม่มดที่สาปเด็กคนหนึ่งให้เป็นหนู แต่เด็กคนนี้กลับไม่เสียใจแถมยังก้าวข้ามความรู้สึกที่น่าตกใจจากการเปลี่ยนร่างคนไปเป็นหนู เด็กคนนี้ยอมรับสิ่งที่เป็น แม้ว่าการกลายเป็นหนูจะอายุสั้น และน่าจะตายก่อนหรืออาจจะตายพร้อมๆ กับยายของเขา ซึ่งแน่นอนว่ายายคือคนสำคัญของเด็กและทำให้หลานรักพร้อมที่จะอยู่ในร่างหนูโดยที่มียายเป็นผู้ให้ความรักและดูแลเขาเช่นเดิม

ถ้าเขาจะรัก กลายเป็นหนูเขาก็รัก

ในฉากแรกที่เด็กชายผู้เป็นหลานนี้สูญเสียครอบครัวทั้งพ่อและแม่จากอุบัติเหตุรถคว่ำตั้งแต่เปิดเรื่อง เขาเศร้าอยู่เพียงพักเดียวและก้าวข้ามความรู้สึกสูญเสียนั้นได้เมื่อได้พบกับความรักและการดูแลของยาย โดยเฉพาะในช่วงที่เขากลายเป็นหนู แต่อย่างที่กล่าวไว้ว่า เด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกเสียใจแต่อย่างใด แถมการกลายเป็นหนูนี้ทำให้เขาก้าวข้ามแผลใจของการสูญเสีย เมื่อเด็กคนหนึ่งรู้ว่ามีคนพร้อมที่จะรักเขาไม่ว่าอย่างไรจากยายของเขาเอง คำสาปแม่มดร้ายใดๆ ก็ไม่สามารถทำร้ายจิตใจเขาได้ คำสาปนั้นเพียงเปลี่ยนร่างกายของเขาเท่านั้น ในภาพยนตร์เราจึงจะได้เห็นยายและหลานในร่างหนูต่อสู้กับแม่มดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังแม่มดใจร้ายที่แตกต่างจากยายและหลานที่สู้ด้วยความหวังและกำลังใจที่มีให้กันไม่ว่าร่างกายจะเป็นตัวอะไรก็ตาม

ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่ใช่การเดินเรื่องเพื่อคลายปมปัญหาแต่มุ่งให้ผู้ชมเห็นการอยู่กับปมและเปลี่ยนความรู้สึกภายในอย่างเข้มแข็ง ให้ชีวิตเดินหน้าต่อได้ด้วยการยอมรับสิ่งที่เป็นไม่ว่าจะการสูญเสียพ่อแม่ หรือแม้แต่การต้องคำสาป ต้องกลายร่างจากคนไปเป็นหนู !

แนว: หนังแฟนตาซี | หนังผจญภัย

ดารานำแสดง: แอนน์ แฮทธาเวย์, อ็อคเทเวีย สเปนเซอร์, สแตนลีย์ ทูชชี่, จาห์ซีร์ คาดีม บรูโน่

กำกับภาพยนตร์: โรเบิร์ต เซเมคคิส

เขียนบทภาพยนตร์: เคนยา แบร์ริส, กิลเลอร์โม่ เดล โทโร่

ความยาว: 104 นาที

เข้าฉาย: 5 พฤศจิกายน 2020

จุดเด่น
แอนน์ แฮททาเวย์ คือ MVP ของหนัง ทำให้หนังสนุกขึ้นมาทันทีหลังเธอปรากฎกาย
สเปเชียล เอฟเฟกต์ อลังการ ไม่เสียชื่อ โรเบิร์ต เซเม็กคิส
นักแสดงเด็ก ๆ น่ารักดีแม้จะมีบทบาทไม่เยอะก็ตาม


จุดสังเกต
เสียดายที่หนังจับหัวใจงานของโรอัลด์ ดาห์ล ไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นการก้าวข้ามความเสียใจ การเติบโตจากเด็กเป็นผู้ใหญ่และบทเรียนเรื่องความไว้ใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างยายกับหลานยังทำได้ไม่ดีนัก