monster hunter ( 2021 )

รีวิว มอนสเตอร์ฮันเตอร์ แอ็คชั่นตระการตา..สู้กันทุกนาทีจนลืมหายใจ

monster hunter จากเหตุการณ์ที่หน่วยทหารหายไป อาร์ทีมิส (Milla Jovovich) หัวหน้าหน่วยฟอลคอนจึงออกค้นหาตามรอยล้อรถจนจบที่ดินแดนร้างที่มองไปสุดตาไม่พบเจออะไรนอกจากเสาหลักหินที่ตั้งเรียงสองข้างทาง เหตุการณืประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อพายุฝุ่นขนาดใหญ่พัดมาและซัดใส่พวกเขา แต่ไม่ได้ธรรมดาทั่วไปพายุซัดพวกเขามาอีกโลกนึง และที่นั่นทำให้พวกเขาได้ค้นพบว่าอีกหน่วยที่หายตัวไป พวกเขาหายไปไหน พวกเขายังต้องเผชิญกับอสูรร้ายที่คร่าชีวิตคนในทีมไปทีละคนเหลือไว้เพียงอาร์ทีมิสที่รอด จนเธอได้พบกับ ฮันเตอร์ (โทนี จา) ซึ่งไม่ต่างจากอาร์ทีมิสที่พลัดตกลงมาจากเรือเดินทะเลทรายระหว่างการต่อสู้ และทั้งคู่ก็ร่วมกันต่อกรกับอสูรร้ายเพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนโลกคู่ขนานนี้

หนังของคู่รักนักสร้างหนังจากเกมส์ของมอนสเตอร์ฮันเตอร์ และสามีผลงานกำกับของเธอ Paul W.S. Anderson จากแฟรนไชส์ Resident Evil และได้ Tony Jaa หรือ จา-พนม ยีรัมย์ นักแสดงบู๊ชาวไทยมาร่วมสร้างสีสันให้กับตัวหนัง

แม้ตัวบทของเรื่องจะชวนงง ชวนสงสัย และไม่ตามเกมส์เหมือน Resident Evil แต่เราปฏิเสธความตลก และฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ โดยเฉพาะฉากสัตว์ประหลาดก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจสมกับที่เป็นหนังแนวสัตว์ประหลาด และสมใจแฟนจากเกมส์ที่รอคอย

แม้เอาจริงๆแล้วคำวิจารณ์จะไปในทางลบเมื่อตัวหนังรอบสื่อออกฉาย และนักวิจารณ์พากันชมเป็นเสียงเดียวกันว่าหาสาระไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความน่าดูของ Monster Hunterลดลง เมื่อเทียบกับความบันเทิงอื่นๆที่ตัวหนังให้เรามา มันก็สามารถตรึงเราให้ดูจนจบเรื่องได้อยู่ดี

หลังจบจากซีรีส์หนัง Resident Evil ก็แทบจะนับหนังที่สร้างจากวิดีโอเกมแล้วประสบความสำเร็จได้ยากเหลือเกิน และด้วยว่าหลัง Resident Evil The Final Chapter เมื่อปี 2016 พอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สัน และ มิลลา โจโววิช ก็ยังไม่มีผลงานร่วมกันจนกระทั่งไม่นานมานี้ก็ประกาศว่าพวกเขาและทีมงาน Resident Evil ได้ตกลงหยิบเกมคลาสสิกของ CAPCOM อย่าง Monster Hunter มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ โดยมี จา พนม ยีรัม นักแสดงสายบู๊ชาวไทยในบทนำร่วมกับเจ๊มิลลาภรรยาบักพอล

ตัวหนังเริ่มเรื่องด้วยซีนโลกคู่ขนานอันมืดหม่นเมื่อเรือเดินทะลทรายต้องมีอันอัปปางกลางทะเลทรายจากการโจมตีของอสูรร้ายแล้วหนังก็ตัดสลับไปที่ทหารหน่วยรบพิเศษนำโดยอาร์ทีมิส (มิลลา โยโววิช) ที่พาลูกน้องมาค้นหาทหารที่หายตัวไปก่อนหน้านี้แต่โดยไม่ทันตั้งตัวพวกเขาก็ถูกคลื่นไฟฟ้าลึกลับดูดพวกเขาไปยังอีกมิติและต้องเผชิญกับอสูรร้ายที่คร่าชีวิตพวกเขาไปทีละคนเหลือไว้เพียงอาร์ทีมิสที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจนเธอได้พบกับฮันเตอร์ (โทนี จา) และทั้งคู่ก็ร่วมกันต่อกรกับอสูรร้ายเพื่อเอาชีวิตรอดให้จงได้

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงล่ะนะเชื่อว่าหลายคนสงสัยว่า Monster Hunter ซื่อสัตย์กับเกมแค่ไหนก็ตอบได้เลยว่า Resident Evil เคยยำฉบับเกมไว้ยังไง ก็ไม่ต่างกันเนื่องจากเกมกับหนังการเล่าเรื่องอาจใกล้เคียงกันแต่ก็ไม่อาจเอามาทาบกันสนิทได้ ดังนั้นผู้กำกับอย่างพอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สันก็เลยเอาต้องเอาสูตรของหนัง Predator (1987) มายำรวมกับซีนแอ็กชันแบบซีรีส์ Game of Thrones ผสมความเว่อร์วังภาพสโลว์โมชันแบบ Resident Evil อื้อหือสุดท้ายออกมาจับฉ่ายมากครับ ฮ่าาาาา

คือที่ต้องบอกไว้เนิ่น ๆ แบบนี้ไม่ใช่อะไรนะครับคือเชื่อเลยว่าแค่ 10 นาทีแรกหนังมันก็เลือกคนดูแล้วครับว่ารับได้ไหมถ้าต้องดูอะไรมั่วซั่วแบบนี้ ถ้ายังไม่เห็นภาพลองย้อนกลับไปอ่านเรื่องย่อที่เราเขียนใหม่นะครับที่เห็นผมเขียนว่าเริ่มด้วยเรืออัปปางกลางทะเลทรายน่ะ หนังไม่แม้แต่จะอธิบายนะครับว่าในเรือเนี่ยมีใครบ้างและแต่ละตัวจะรอดจนอยู่ในเรื่องไหม แล้วภาพก็เฟดไปเลยทิ้งคนดูให้งงเต็กว่าเพิ่งดูอะไรไปหว่า ฮ่าาาาา

และไม่เกินอึดใจในเมื่อโปสเตอร์บอกไว้แล้วว่ามีมิลลา โยโววิช AKA Mia Phu Kum Kub (เมียผู้กำกับอ่ะแหละ จะเขียนเป็นคาราโอเกะเพื่อ ?) หนังก็เลยเปลี่ยนเกียร์ไปเล่าเรื่องทหารกลุ่มหนึ่งที่มีเจ๊มิลลา โยโววิชที่เป็นผู้บังคับบัญชานาม อาร์ทีมิสซึ่งหนังลากยาวไปกับฉากเล่นมุกระหว่างสหายลายพรางที่พูดถึงวีรกรรมของเจ๊อาร์ทีมิสและส่องกล้องหาคนหาย..เล่นมุก…ส่องกล้อง..หาคนหาย…เวียนวนอยู่ร่วม 10 นาทีกว่าไอ้แสงประหลาดจะมาช่วยชีวิตผู้ชมและพาพวกมันไปเจอมอนสเตอร์มุดดินเสียที

และหลายคนคิดว่าจากนี้หนังจะให้เราเห็นการเอาชีวิตรอดของเหล่าทหารหาญและเล่นดราม่าชีวิตครอบครัวเหมือนที่หนังปูไว้ปรากฎหนังใช้เวลาช่วงมอนสเตอร์กำจัดพวกเขาสั้่นกว่าไอ้ตอนทัวร์ทะเลทรายส่องกล้องซะอิ๊ก..ฮ่าาาาาา แต่เดชาบุญเหมือนพอล ดับเบิลยูเอส แอนเดอร์สัน แกก็คงกลัวบาปแหละเลยรีบพาเจ๊มิลลาเมียคนสวยไปพะบู๊กับพี่จา พนมของเราซักที รีวิวหนังน่าดู

แล้วก็อัดซีนแอ็กชันตื่นตาตื่นใจทั้งมิลลาซัดจาพนม (จนคนดูเหนื่อย) ไปจนถึงฉากวิ่งหนีมอนสเตอร์ซักพักข้ามฟากไปรวมพลมาไฝ่ว์กับมอนสเตอร์ตุ้บตั้บ ๆ จนหนังจบน่ะแหละ ซึ่งภาพรวมแล้วถ้าถามว่าหากคุณต้องการหาหนังแอ็กชันซัดมอนสเตอร์ตัวยักษ์ตูมตาม Monster Hunter ก็คงตอบโจทย์ได้ไม่ยากน่ะแหละเพราะด้วยคุณภาพของงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ทำได้ไม่ขี้เหร่เลยและน่าจะเป็นหนังฟอร์มยักษ์ไม่กี่เรื่องของปีนี้ที่รู้สึกเลยว่าซีนแอ็กชันแฟนตาซีดูใหญ่และทำได้ถึงใจจริง ๆ

ส่วนสาวกแฟนเกมต้นฉบับอันนี้ต้องทำใจล่ะเพราะนอกจากชื่อมอนสเตอร์ คอสตูมของพี่จา พนมและตัวละคร NPC (ตัวละครในเกมที่ไม่ได้ถูกบังคับโดยผู้เล่น) อย่างแมวพ่อครัวแล้วหนังก็เหมือนผิดกลิ่นจากเกมไปสิ้นเชิงดังนั้นเราอาจจะต้องเรียกหนังเรื่องเป็นเหมือนเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจจากเกมซะมากกว่าซึ่งข้อดีก็คือมันน่าจะช่วยให้คนไม่เคยเล่นเกมอยากหาเกมมาเล่นมากขึ้นและเห็นเสน่ห์ของเกมตำนานเกมนี้ได้ไม่ยากเลยครับ

แต่กระนั้นสิ่งที่น่าจะทำให้ผู้ชมได้รับความบันเทิงได้เต็มที่จริง ๆ ก็คือการมีอยู่ของพี่จา พนมนี่แหละครับเพราะต่อให้หนังเอาพี่จาเรามาแต่งตัวประหลาดแถมให้สวดมนต์ด้วยภาษามั่ว ๆ จนดูตลกแต่ซีนแอ็กชันต้องยอมรับว่าแกเท่จริง ๆ นั่นแหละและดูแล้วเชื่อเลยว่าหากมอนสเตอร์ดุ ๆ บุกโลกแค่มีพี่จาอยู่เราก็น่าจะปลอดภัยแน่ ๆ ด้วยสกิลการโดดระดับชอลิ้วเฮียงผสมนักโดดสูงโอลิมปิกและคมดาบยักษ์ของแกซึ่งก็ถือว่าน่าภูมิใจที่คนไทยของเรากลายเป็นหนึ่งในข้อดีของหนังได้ขนาดนี้นะครับ ดูซีรี่ส์เกาหลี

ความลงตัวของบทภาพยนตร์ 6
คุณภาพงานสร้าง 8.5
คุณภาพนักแสดง 6.5
ความสนุกตามแนวหนัง 8
ความคุ้มค่าบัตรชมภาพยนตร์ 7.5
คะแนนจากผู้อ่าน38 Votes 6.8

จุดเด่น
หนังมีงานสร้างที่ได้มาตรฐานมากที่สุดในปีนี้ เป็นแอ็กชันแฟนตาซีที่ทำให้โรงหนังได้ส่งท้ายปีกับหนังฟอร์มยักษ์จริง ๆ
พี่จา พนม เด่นมากและเป็นหนึ่งในข้อดีของหนังเลย
หนังพยายามเซอร์วิสแฟนเกมให้มากที่สุดและยังดึงเสน่ห์ให้คนที่ไม่รู้จักเกมมาก่อนได้สนใจอยากไปเล่นเกมได้อีกด้วย
สเปเชียลเอฟเฟกต์โดยรวมถือเป็นหนังที่ CG ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้
จุดสังเกต
หนังไม่ได้เคารพต้นฉบับอย่างเกมเท่าไหร่ดังนั้นทำใจก่อนดูได้เลย
การดำเนินเรื่องก็คือคล้ายกับเอาสูตรของ Resident Evil มาดัดแปลงให้เข้ากับหนังเรื่องใหม่